18 พ.ค. 69
1 แยกมีกี่หน่วยงาน

#รถไฟชนรถเมล์ ทำไมสิ่งพื้นฐานอย่าง ความปลอดภัยในชีวิตถึงยังเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นกันในแต่ละวัน
Bureaucrazy Lab ขอชวนคิดต่อว่าปัญหาไม่ใช่แค่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ยังไง แต่ยังรวมไปถึง
“ใครบ้างที่มีอำนาจเกี่ยวข้องและจะแก้ไขปัญหานี้ยังไง”
เพื่อไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดซ้ำอีกครั้ง หรือปล่อยไหลบนคำว่า อุบัติเหตุเช่นนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด
.
ในการแก้ไขปัญหานี้ หลัก ๆ เราอาจนึกถึงหน่วยงานอย่าง กทม. เช่น การประสานติดตาม ควมคุมการจัดการภาคส่วนต่าง ๆ ไปจนถึงการสร้างที่กั้นใหม่ ขีดเส้น ปรับปรุงเรื่องสัญญาน
แต่ในความเป็นจริง กทม. “มีอำนาจหน้าที่” แค่ดูแลพื้นผิวถนน ไฟจราจร หรือทางเท้า เท่านั้น
นั่นจึงอาจตอบคำถามในบางส่วนที่ว่า ถ้าคนไทยอยากมีถนนดี ๆ มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิต หรือแม้แต่แก้ไขปัญหาความปลอดภัย ที่ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ตัวปัญหาจึงไม่ได้มีแค่ ทำไมแก้ไม่ได้ แต่ต้นต่อคือ ”ใครแก้ได้ และใครต้องแก้“ ในเมื่อในหนึ่งแยกมีผู้ดูแลที่อำนาจหน้าที่ดูแลแต่ละเรื่องแยกกัน อำนาจในการแก้ปัญหาภาพรวมไม่พอ จึงทำได้แค่ ประสาน และแก้ไขคนละจุด มากกว่าแก้ไขปัญหาอย่างครอบคลุม (อ่านได้ในภาพ)

.
ไม่ใช่แค่แยกมักกะสัน แต่ยังมีอีกเกือบ ~2,975 จุดตัดทางรถไฟกับถนนทั่วประเทศที่ยังคงอันตรายและสามารถปรับปรุงได้ ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 621 แห่งหรือคิดเป็น 20% เท่านั้น ที่ถูกปรับเป็นสะพานหรืออุโมงค์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย คอขวดของปัญหาดังกล่าวจึงมองข้ามมิติของ “ความล่าช้าในการแก้ปัญหาของราชการ” ไปไม่ได้เลย

.
ซึ่งถนน 1 แยกนั้น มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน Bureaucrazy Lab พาไปสำรวจว่าหน่วยงานไหนมีบทบาทอย่างไรกันบ้าง
• การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.): รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานระบบราง การทำงานของเครื่องกั้นอัตโนมัติ และการควบคุมขบวนรถไฟให้เป็นไปตามข้อบังคับการเดินรถ
• องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.): กำกับดูแลการเดินรถโดยสารประจำทาง พนักงานขับรถ
• กรุงเทพมหานคร (กทม.): บริหารจัดการพื้นผิวถนน จัดหาและติดตั้งสัญญาณไฟจราจรการขีดสีตีเส้นเครื่องหมายจราจร เช่น เส้นทแยงเหลือง (Yellow Box)
• กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกแบบผังเมืองให้สอดคล้องกับสภาพความหน่าแน่นของพื้นที่
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.): ตำรวจราจรควบคุมสัญณาณไฟ และบังคับใช้กฎหมายจราจรในพื้นที่
• กรมการขนส่งทางราง (ขร.): กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในระบบราง (Regulator) ตรวจสอบสาเหตุอุบัติเหตุเชิงเทคนิค และจัดทำฐานข้อมูลจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ
• กรมการขนส่งทางบก (ขบ.): กำหนดกฎระเบียบการออกใบอนุญาตขับขี่ มาตรฐานความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ
• สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.): วางแผนแม่บทและกำหนดหลักเกณฑ์ในการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับถนนในระดับนโยบาย
• กรมทางหลวง (ทล.): ให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมจราจร และรับผิดชอบโครงข่ายถนนเชื่อมต่อสำคัญที่มีผลกระทบต่อปริมาณรถในพื้นที่
.

สุดท้ายนี้ Bureaucrazy Lab ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกคน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้จะไม่ถูกปล่อยให้เลือนหายไปภายใต้คำว่า “อุบัติเหตุเพียงหนึ่งวัน” เช่นที่ผ่านมา
หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรเร่งวางแผนและดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยต้องมองให้ไกลกว่าปัญหาเฉพาะจุดของทางตัดมักกะสัน แต่ครอบคลุมถึงมาตรฐานความปลอดภัยระบบทางข้ามและโครงสร้างพื้นฐานทั่วทั้งประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียเช่นนี้ซ้ำอีก
