12 พ.ค. 69

บทความ

F1 Thailand Roadmap

F1 Thailand Roadmap

F1 มาจริงไหม ไทยหรือใครจะได้ประโยชน์? จับตาปี 2028 นี้ F1 (Formula One) อาจมุ่งตรงสู่ “สนามจตุจักร” และไทยอาจต้องใช้งบลงทุนถึง 40,000 ล้านบาท!!


โพสต์นี้ Bureaucrazy Lab ชวนมาดู “F1 Thailand GP Roadmap” ว่า เมื่อประเทศไทยเริ่มเดินเกมใหม่ ผ่านการลงทุนในโครงการระดับ Mega Project ด้วยงบประมาณมหาศาลเช่นนี้ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร และโมเดลการจัดการแข่งขันของประเทศที่ประสบความสำเร็จและต้องเผชิญกับความ้ทาทาย อย่าง มาเลเซีย ญี่ปุ่น หรือออสเตรเลีย จะให้บทเรียนอะไรกับไทยบ้าง� .�


F1 ไม่ได้เพิ่งเริ่มในยุครัฐบาลอนุทิน

แนวคิดการจัดการแข่งขัน F1 ในไทยมีมาตั้งแต่หลายรัฐบาลก่อนหน้า โดยเริ่มปรากฏอย่างจริงจังตั้งแต่

* ยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เคยเสนอจัดการแข่งขันรูปแบบ Night Race บริเวณถนนราชดำเนินและพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

* ยุครัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องถึงรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร เริ่มผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผ่านการหารือโดยตรงกับ Stefano Domenicali (CEO F1 Group) และการจัดทำ Feasibility Study เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดแข่งขันจริงภายในปี 2028

F1 Thailand GP Roadmap_2.jpg

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะมองว่า F1 อาจเป็น Strategic Investment ทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และ Soft Power ของประเทศ แต่คำถามสำคัญคือภาระงบประมาณของรัฐ ในขณะที่ประเทศไทยเองก็มีการลงทุนกับ MotoGP อยู่แล้วจะไปในทิศทางไหน

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ว่า โครงการ F1 Thailand GP 2028  จะกลายเป็น “การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์” ที่สร้างผลตอบแทนระยะยาว หรือเป็นเพียง Mega Project เชิงภาพลักษณ์ที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลต่อเนื่องในอนาคต โปรเจกต์ระดับนี้ ใครบ้างต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง?

โครงการขนาดใหญ่ระดับ F1 ไม่สามารถดำเนินการโดยรัฐเพียงฝ่ายเดียวได้ การจัดการแข่งขันครั้งนี้จึงมีแนวโน้มใช้โมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ PPP (Public-Private Partnership)

โดยภาครัฐจะทำหน้าที่สนับสนุนด้านนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และการอำนวยความสะดวก ขณะที่ภาคเอกชนดูแลด้านพาณิชย์ การบริหารจัดการ และการดำเนินงานหน้างาน

#ทีมรัฐบาล

หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง เช่น� • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ผู้ดำเนินการหลัก)� • การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)� • กรุงเทพมหานคร (กทม.)� • สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.)� • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)� • สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง

(อ่านรายละเอียดหน้าที่เพิ่มเติมได้ในกราฟิกประกอบ)

F1 Thailand GP Roadmap_4.jpg

#ทีมเอกชน

การแข่งขัน F1 ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงอุตสาหกรรมกีฬา แต่เชื่อมโยงกับ ecosystem ทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยธุรกิจหลายประเภทเข้ามาร่วมสนับสนุน

ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม  ดูแล Catering และ Hospitality สำหรับผู้ชม นักแข่ง และทีมงาน

ธุรกิจโรงแรมและการบริการ  รองรับนักกีฬา ทีมแข่ง สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ธุรกิจค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า  เชื่อมกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

ธุรกิจพลังงานและน้ำมัน สนับสนุนเชื้อเพลิง ระบบพลังงาน และเทคโนโลยีด้าน Mobility

ธุรกิจสื่อและบรอดแคสต์  ถ่ายทอดสด ผลิตคอนเทนต์ และบริหาร Media Rights

ธุรกิจเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต ดูแล Data Infrastructure, Internet และ Smart Event Solutions

ธุรกิจประกันภัยและความปลอดภัย รองรับความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและการบริหารความปลอดภัยสาธารณะ

F1 Thailand GP Roadmap_5.jpg

F1 Thailand GP Roadmap_6.jpg

ตัวอย่างจาก 2025 Southeast Asian Games จะเห็นได้ว่า Mega Event ลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น True Corporation, CP Group, Ajinomoto หรือ Roojai Insurance ที่ล้วนมีบทบาทในการสร้าง ecosystem ทางเศรษฐกิจและการบริการร่วมกับภาครัฐ


ภาพเส้นชัยของ Thailand GP: ไทยจะได้อะไร และต้องแลกกับอะไร?

แม้โครงการ Formula One World Championship ในไทยจะยังอยู่ในระยะศึกษาและวางแผน แต่คำถามสำคัญคือ “ผลประโยชน์จากการแข่งขันจะถูกกระจายอย่างทั่วถึงหรือไม่ หรือสุดท้ายจะตกอยู่กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่เพียงบางส่วน”

ภาพที่รัฐบาลพยายามวางไว้ จึงไม่ได้มีเพียงการแข่งขันรถยนต์ระดับโลก แต่รวมถึงการผลักดันเศรษฐกิจเมือง การท่องเที่ยว การลงทุน และการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศในระยะยาว

Bureaucrazy Lab จึงชวนมองทั้ง “โอกาสและต้นทุน” ที่อาจเกิดขึ้นควบคู่กันก่อนวางแผนโครงการ � .� ผลประโยชน์เชิงบวก (จากการคาดการณ์)

* ตลอดปีที่จัดแข่ง (2571–2575) การแข่งขัน F1 ในไทยอาจมีผู้เข้าชมเฉลี่ยประมาณ 99,875 คน/วัน ตลอดระยะเวลาแข่งขัน 3 วัน หรือรวมราว 299,625 คน/ปี

* เม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเฉลี่ยประมาณ 16,000 ล้านบาท/ปี พร้อมมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจราว 14,000 ล้านบาท/ปี และรายได้ภาษีภาครัฐเฉลี่ยประมาณ 1,400 ล้านบาท/ปี

* การจ้างงานใหม่ประมาณ 8,000 ตำแหน่ง/ปี ทั้งในภาคบริการ การก่อสร้าง อีเวนต์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

F1 Thailand GP Roadmap_7.jpg


ความท้าทายและความเสี่ยง

F1 ถูกมองว่าเป็น “ห้องทดลองเทคโนโลยี” ของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ ทั้งด้าน Hybrid Engine, Sustainable Fuel, e-Fuel และระบบพลังงานประสิทธิภาพสูง

นั่นหมายความว่า การแข่งขันระดับนี้จำเป็นต้องใช้โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) จำนวนมหาศาล ทั้งระบบไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต ระบบหล่อเย็น ระบบขนส่ง ระบบความปลอดภัย และเทคโนโลยีระดับสูงในการรองรับการแข่งขัน

ความท้าทายของไทยจึงอาจไม่ได้อยู่แค่ “มีสนามหรือไม่” แต่รวมถึงคำถามว่า เมืองและระบบสาธารณูปโภคของไทยพร้อมรองรับ Mega Event ระดับโลกอย่างยั่งยืนหรือยัง ขณะเดียวกัน จำนวนผู้เข้าชมมหาศาลอาจ ล้น กระทบ ไปจนถึงไม่มีที่รองรับต่อระบบจัดการขยะ คุณภาพอากาศ และทรัพยากรสาธารณะ หากไม่มีระบบรองรับที่เพียงพอและหากไม่พัฒนาระบบรองรับอย่างมีประสิทธิภาพก่อนจัดแข่ง และอีกข้อกังวลที่สำคัญ คือ F1 มีสัญญาโครงการต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ดังนั้น ผลกระทบต่อค่าครองชีพ ค่าเช่าพื้นที่ และราคาสินค้าบริเวณพื้นที่จัดงานที่อาจเพิ่มสูงขึ้นตามมา

นอกจากนี้ F1 ยังเป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอย โรคระบาด วิกฤตพลังงาน หรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ล้วนสามารถส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยว ผู้สนับสนุน และต้นทุนการจัดการแข่งขันได้ทั้งหมด ดังนั้น ด้วยความซับซ้อนของโครงการ หลายฝ่ายจึงเริ่มมองว่า รัฐอาจจำเป็นต้องตั้ง “หน่วยงานเฉพาะกิจ” หรือกลไกบริหารพิเศษขึ้นมาดูแลโครงการโดยตรง เพื่อให้สามารถประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน และองค์กรระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

F1 Thailand GP Roadmap_8.jpg


แล้วเพื่อน ๆ ล่ะมีความคิดเห็นอย่างไรต่อหน่วยงานรัฐ หรือภาคเอกชนว่าต้องเพิ่ม เติม เสริม ตรงส่วนไหนก่อนมี F1 ที่ประเทศไทย